วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

ประวัติศาสตร์สากล

 การแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบสากล
        จุดมุ่งหมายในการแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์เป็นยุคสมัยต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของมนุษย์ในอดีต  และช่วยให้เข้าใจง่าย  ช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบสากลแบ่งออกเป็น  2  สมัย  ดังนี้
       1.สมัยก่อนประวัติศาสตร์  เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์ยังไม่รู้จักประดิษฐ์ตัวอักษรเหมือนตัวหนังสือขึ้น ใช้  จึงยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นลายลักษณ์อักษร  การศึกษาเรื่องราวของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์  จึงต้องอาศัยการวิเคราะห์และตีความจากหลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบ  เช่น  โครงกระดูกของมนุษย์  เครื่องมือ  เครื่องใช้  และเครื่องประดับที่ทำจากหินและโลหะ  เป็นต้น
        สมัยก่อนประวัติศาสตร์  แบ่งได้เป็น  2  ชุด  คือ  ยุคหินและยุคโลหะ
        1.1 ยุคหิน  เริ่มเมื่อประมาณ  500,000  ถึง  4,000  ปี  ล่วงมาแล้ว  แบ่งเป็น  3  ยุคย่อย ๆ ดังนี้
  • ยุคหินเก่า  เป็นช่วง เวลาแรก ๆ ของมนุษย์ชาติ  มนุษย์ใช้ชีวิตอย่างเร่ร่อน  ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการล่าสัตว์  จับปลา  หาของป่ากินเป็นอาหาร  อาศัยอยู่ในถ้ำ  รู้จักใช้เครื่องมือที่ทำด้วยหินอย่างหยาบๆ  และเขียนภาพตามฝาผนัง
  • ยุคหินกลาง  มนุษย์ยังคงดำรงชีวิตเหมือนในยุคหินเก่า  แต่รู้จักทำเครี่องมือเครื่องใช้สำหรับล่าสัตว์ด้วยหินที่ประณีตมากขึ้น   และเริ่มรู้จักการอยู่รวมกลุ่มเป็นสังคมมากขึ้น
  • ยุคหินใหม่  มนุษย์มีความเจริญมากกว่ายุคก่อนๆ  รู้จักตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่งรู้จักการเพราะปลูก  เลี้ยงสัตว์  ทำภาชนะเครื่องปั้นดินเผา  เครื่องประดับ  และเครื่องมือล่าสัตว์หินขัด
        1.2 ยุคโลหะ  อยู่ในช่วงเวลาประมาณ  4,000 ถึง  1,500  ปีล่วงมาแล้ว  แบ่งเป็น  2  ยุคย่อยๆ  ดังนี้
  • มนุษย์รู้จักใช้โลหะสำริด  (ทองแดงผสมดีบุก)  ทำเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับ  มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าในยุคหิน  อาศัยอยู่รวมกันเป็นชุมชนใหญ่ขึ้น  รู้จักปลูกข้าว  และเลี้ยงสัตว์  ( หมูและวัว )
  • ยุคเหล็ก  มนุษย์รู้จักนำเหล็กมาหลอมทำอาวุธ  เครื่องมือ  เครื่องใช้ ๆ แต่ยังคงดำรงชีวิตด้วยการเกสรกรรม  มีการติดต่อขายระหว่างชุมชนต่าง ๆ   ทำให้ความเจริญขยายตัวอย่างรวดเร็ว
        1.2 สมัยประวัติศาสตร์  เป็นยุคสมัยที่มนุษย์รู้จักประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้  มีการบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ  ความเชื่อ  และกิจกรรมในชีวิตประจำวัน  เป็นลายลักษร  มักพบอยู่ตามผนังถ้ำ  แผ่นหิน  แผ่นดินเหนียว  และกระดาษ  เป็นต้น ชุมชนของมนุษย์ในภูมิภาคต่างๆ  ก้าวเข้าสู่ “ สมัยประวัติศาสตร์ ” ในระยะเวลาไม่เท่ากัน  เนื่องด้วยความสามารถของมนุษย์ในการส้างสรรค์อารยธรรมความเจริญมีแตกต่าง กัน  ดังนี้  สมัยประวัติศาสตร์ในทางสากล  จึงแบ่งเป็น   3  ยุคย่อย ๆ ดังนี้
  • ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ  เริ่มตั้งแต่ความเจริญของแหล่งอารยธรรมเมโสโปเตเมียอารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์ ( อียิปต์โบราณ )  และอายธรรมกรีก  โรมัน  ตามลำดับ  จนกระทั่งสิ้นสุดลงเมื่อกรุงโรม  ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิโรมันถูกตีแตกโดยพวกอนารยชน  ในปี  พ.ศ.  1019 
  • ประวัติศาสตร์สมัยกลาง  เริ่มภายหลังจากที่กรุงโรม  ( จักรวรรดิโรมันตะวันตก )  ทุกพวกอนารยชนตีแตกในปี  พ.ศ.  1019  จนกระทั่งในปี  พ.ศ.  1996  สมัยกลางจึงสิ้นสุดลง  เมื่อชนชาติเติร์ก (Turk)  ที่นับถือศาสนาอิสลามเข้าโจมตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล (จักรวรรดิโรมันตะวันออก)
  • ประวัติศาสตร์สมัยใหม่  เริ่มภายหลังจากที่กรุงคอนสติติโนเปิลถูกตีแตก  เมื่อปี  พ.ศ.  1996  เป็นต้นมา  จนกระทั่งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่  2  ในปี  พ.ศ.  2488 มีเหตุการณ์สำคัญในยุคประวัติศาสตร์สมัยใหม่หลายประการ  อาทิเช่น  การปฏิรูปศาสนา  การเกิดลัทธิหรือแนวความคิดแบบเสรีนิยม  ประชาธิปไตย  และคอมมิวนิสต์  ทางด้านเศรษฐกิจ   มีการขยายตัวทางด้านการค้าทางเรือสำเภา  การแสวงหาดินแดนใหม่  และการปฏิวัติอุตสาหกรรม  เป็นต้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น